บริการทำความสะอาด: การทำความสะอาดห้องต่างๆ ในบ้านโดยทั่วไปจะแบ่งเป็นห้องๆ เพื่อประโยชน์ต่อการใช้สอยในการดูแลห้องรักษาห้องต่างๆ ให้สวยงามและสะอาดอยู่เสมอ ควรปฏิบัติ ดังนี้

1. ห้องนอน เป็นห้องส่วนตัวที่ใช้สำหรับพักผ่อนและทำกิจกรรมต่างๆที่ต้องการความเป็น ส่วนตัว เช่น นอนเขียนจดหมาย อ่านหนังสือ แต่งตัว เป็นต้น ดังนั้นเราควรดูแลรักษาส่วนต่างๆ และสิ่งของในห้องนอนให้สวยงามและสะอาดอยู่เสมอ ดังนี้
1. เก็บที่นอน หมอนมุ้ง พับผ้าห่ม ปัดที่นอนและคลุมเตียงด้วยผ้าคลุมเตียงให้เรียบร้อยทุกวัน
2. จัดตู้โต๊ะให้เป็นระเบียบ และเช็ดถูให้สะอาด
3. ขณะทำความสะอาดควรเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
4. มุ้งลวด ควรทำความสะอาด โดยปัดฝุ่นประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และล้างมุ้งลวดประมาณเดือนละ 1 ครั้ง
5. พื้นห้อง ควรกวาดและถูกทุกวันเหมือนพื้นบ้านบริเวณอื่นๆ

2. ห้องรับแขก เป็นห้องที่ใช้สำหรับก้อนรับผู้ที่มาเยี่ยมบ้าน ควรเป็นห้องที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก และเพื่อความสะอาดต่อการต้อนรับแขก ควรอยู่บริเวณส่วนหน้าของบ้านและควรจัดห้องให้เรียบร้อย สวยงาม บางบ้านจะใช้เป็นมุมพักผ่อน ดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ นั่งเล่น และทำกิจกรรมตางๆของสมาชิอกในบ้านไปด้วย ดังนั้นควรดูแลรักษาให้สะอาด สวยงาม ดังนี้
1. โต๊ะ เก้าอี้รับเขก ควรปัดฝุ่นและเช็ดทุกวัน
2. ถามติดฝากผนัง ควรปัดด้วยไม้กวาดขนไก่ ประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
3. วิทยุและโทรทัศน์ ควรปัดฝุ่นและเช็ดด้วยผ้าแห้งทุกวัน
4. หนังสือควรจัดวางให้เป็นระเบียบ
5. ของใช้อื่นๆท่วางไว้ให้ห้องรับแขก ควรดูแลและทำความสะอาดอยู่เสมอๆ เช่น เดียวกัน

3. ห้องพระ ควรดูแลทำความสะอาด ดังนี้
1. โต๊ะบูชา และอุปกรณ์เครื่องใช้ ควรทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละครั้ง ไม่ควรปล่อยไว้จนฝุ่นจับหนา ดอกไม้ควรเปลี่ยนอยู่เสมอ ถ้าเปลี่ยนได้ทุกวันจะดีมาก
2. รูปรัชกาลต่างๆ ตั้งโต๊ะต่างหากไว้บูชาก็ได้ โกศบรรจุอัฐิหมั่นเช็ดฝุ่นหรือเก็บไว้ในตู้เล็กๆกันเด็กเล่นหกหล่น ถ้านำออกมาบังสุกุลในวันสงกรานต์ตามประเพณีไทยได้ยิ่งดี
3. หนังสือธรรมะ ต้องหมั่นเช็ดถูปัดฝุ่นละอองอยู่เสมอ อย่าให้เช้น เพราะจะทำให้พลวกขึ้นทำลายหนังสือได้
4. พระเครื่อง เหรียญพระติดไว้ในกรอบด้วยกำมะหยี่ จะตั้งหน้าหิ้งพระหรือแขวนก็ได้เพราะดูแลกรักษาทำความสะอาดง่าย

4. ห้องแต่งตัว ควรดูแลและทำความสะอาด ดังนี้
1. โต๊ะเครื่องแป้งและของใช้ที่จำเป็นในการแต่งตัว ควรจัดวางไว้บนโต๊ะ แป้ง หวี กระจก น้ำหอม ควรเช็ดให้สะอาดอยู่เสมอ
2. ตู้เสื้อผ้า ควรจัดให้เรียบร้อย และจัดแยกประเภทของเสื้อผ้าไว้เป็นหมวดหมู่ เช่น เสื้อ กระโปรง กางเกง ชุดชั้นใน ผ้าเช็ดหน้า เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการหยิบด้วย
3. ราวตากผ้าสำหรับตากผ้าเล็กๆน้อยๆ เช่น ผ้าเช็ดตัว เสื้อคลุม เสื้อนอน ไม่ควรแขวนไว้ตามข้างฝา เพราะจะมองดูรกรุงรัง เป็นต้น
4. ถังขยะ สำหรับทิ้งเศษ กระดาษ เศษผงอื่นๆ ควรจัดตั้งไว้ข้างโต๊ะเครื่องแป้ง
5. ห้องครัว เป็นห้องที่ใช้สำหรับประกอบอาหาร เก็บอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้และเครื่องปรุงในการประกอบอาหารเพื่อไม่ให้ กลิ่นรบกวนขณะประกอบอาหาร ควรจัดให้อยู่งจากห้องรับแขกและห้องนอน นอกจากนี้ควรจัดให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกและควรดูแลรักษา ดังนี้
1. เตาไฟ หลังจากการใช้งานควรปิดและทำความสะอาดทุกครั้ง ถ้าเป็นเตาถ่านให้ใช้คีมคีบถ่านออกจากเตาและจุ่มในน้ำให้ไฟดับ
2. หม้อ กระทะ จาน ชาม ช้อน หลังการใช้งานควรล้างและคว่ำให้แห้งสนิท และจัดเก็บในตู้เก็บให้เรียบร้อย ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เพราะจะทำให้หนู แมลงมาเกาะกินเศษอาหารที่เหลือติดอยู่ ทำให้สกปรกและเกิดโรคได้
3. โต๊ะและตู้กับข้าว โต๊ะในห้องครัวใช้สำหรับประกอบอาหาร หลังการใช้งานควรจัดเก็บและทำความสะอาดทุกครั้ง ส่วนตู้กับข้าวใช้สำหรับเก็บอาหารควร ดูแลจัดเก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบ และเช็ดถูให้สะอาดอยู่เสมอ อย่าให้มีแมลงสาบ มด หนู มาอาศัยอยู่เพราะเหล่านี้เป็นพาหะนำโรค

6. ห้องน้ำ ห้องน้ำในบ้านส่วนมากสมาชิกในบ้านจะใช้ร่วมกัน ดังนั้นควรช่วยกันรักษาให้สะอาด เช่น โถส้วมชนิดที่มีฝาปิดให้นั่งราบกับที่รองนั่ง ไม่ใช่เท้าขึ้นไปเหยียบ นั่งยอง เพราะจะทำให้ฝาปิดแตกชำรุด ชักโครก หรือราดน้ำหลังจากใช้แล้วทุกครั้งให้สะอาด วางสบู่ ยาสีวัน ขันตักน้ำ เข้าที่เดิมทุกครั้ง และในการทำความสะอาด ห้องน้ำ ควรปฏิบัติ ดังนี้
1. ราวตากผ้าหรือที่สำหรับแขวนผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้าของสมาชิกในบ้าน ควรมีประจำห้องน้ำ และวางอยู่ประจำที่ ต้องหมั่นเช็ดถูทำความสะอาด เพื่อมิให้ฝุ่นจับ และอาจจะทำให้เสื้อผ้าเปื้อนได้
2. อ่างล้างหน้าหรืออ่างน้ำ เมื่อใช้แล้วต้องทำความสะอาดทุกครั้ง โดยใช้ผงซักขัดเงา ใช้ฟองน้ำถูแล้วล้างด้วยน้ำให้สะอาด
3. หัวก๊อกน้ำต่างๆจานสบู่ กรอบกระจก โดยมากทำด้วยโครเมี่ยมควรเช็ดน้ำให้แห้ง แล้วใช้ผ้าชุบน้ำยาขัดถูให้เป็นเงางามอีกครั้งหนึ่ง
4. ฝาห้อง เพดาน หน้าต่าง ควรทำความสะอาด ปัดหยากไย่อยู่เสมอ และเมื่อทำความสะอาดสุขภัณฑ์ควรทำความสะอาดพื้นห้องน้ำด้วย
5. โคมไฟหรือหลอกไฟ ควรใช้ผ้าเช็ดให้สะอาด เพื่อป้องกันหยากไย่ หรือฝุ่นเกาะ อันเป็นเหตุให้แสงสว่างลดลง หากหลอดไฟเสื่อมคุณภาพ ควรเปลี่ยนใหม่ และควรระวังเมื่อเช็ดฝุ่นที่หลอดไฟฟ้า